ททท. นำประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีสู่สายตาชาวโลก
ททท. ต้อนรับสื่อมวลชนและพันธมิตรการท่องเที่ยวจาก 17 ประเทศ ในงานครั้งที่ 125 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่วัฒนธรรมภาคอีสานสู่ระดับสากล

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำเสนอประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีสู่สายตาผู้ชมนานาชาติ ผ่านการเดินทางเพื่อทำความรู้จักในโครงการ Signature Thailand และงานเลี้ยงต้อนรับในชื่อ "From Experience to Inspiration" โดยโครงการนี้ได้รวบรวมสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยว 40 คน จาก 17 ประเทศทั่วยุโรปและอเมริกา เพื่อร่วมชมงานครั้งที่ 125 และสัมผัสเสน่ห์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของไทยในวงกว้าง
ประเพณีแห่เทียนพรรษาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึง 31 กรกฎาคม ณ ทุ่งศรีเมือง ใจกลางจังหวัดอุบลราชธานี ประเพณีนี้มีรากฐานจากการถวายเทียนในช่วงเข้าพรรษา ผสานความศรัทธา งานศิลปะการแกะสลักเทียนอันประณีต และการมีส่วนร่วมของชุมชนทั่วทั้งจังหวัด งานในปีนี้มีต้นเทียนที่วิจิตรงดงามถึง 47 ต้น ทั้งประเภทติดพิมพ์ ประเภทแกะสลัก และประเภทดั้งเดิม ขบวนแห่หลักจัดขึ้นในวันที่ 29 และ 30 กรกฎาคม พร้อมขบวนฟ้อนรำกว่า 37 ขบวน เสริมด้วยการติดตั้งไฟประดับ การแสดงแสงสีเสียง และเวิร์กช็อปการแกะสลักเทียน การทำดอกไม้จากขี้ผึ้ง และการปิดทอง
ททท. ได้ยกให้งานนี้เป็นหนึ่งในสามงาน Signature Thailand ร่วมกับประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม และงานแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร งานเลี้ยงต้อนรับจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา อุบล หลังจากชมขบวนแห่ในช่วงเช้า โดยนำเสนอผ้าทอ ศิลปะการทำเทียน อาหาร และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงของจังหวัด งานเปิดด้วยการแสดงอีสานร่วมสมัยที่มีเครื่องดนตรีพิณ แคน โหวด และโปงลาง ซึ่งสืบทอดมรดกทางดนตรีของภูมิภาค
"การยกระดับมรดกที่มีชีวิตนี้ให้เป็นงาน Signature Thailand คือการที่ ททท. ขับเคลื่อนแนวคิดคุณค่าเหนือปริมาณผ่านการเดินทางที่มีความหมาย พร้อมสร้างประโยชน์ที่มากขึ้นแก่ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น" นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าว ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ชาวอุบลราชธานีโดยกำเนิดและที่ปรึกษาอาวุโสของรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "จากแม่น้ำโขงสู่โลกกว้าง" ว่าด้วยศักยภาพการท่องเที่ยวของอุบลราชธานีและลุ่มน้ำโขง
สำหรับนักท่องเที่ยว เสน่ห์ของที่นี่ยังทอดยาวไปไกลกว่าเส้นทางขบวนแห่ การเดินทางครั้งนี้พาผู้ร่วมงานไปรู้จักชุมชนช่างทำเทียนและแหล่งท่องเที่ยวของภูมิภาค อาทิ สามพันโบก อุทยานแห่งชาติผาแต้ม หมู่บ้านฝ้ายทอโต๊ะช้าง หมู่บ้านทองเหลืองบ้านปะอาว และศูนย์ทอผ้าบ้านคำปุน อาหารอีสานก็เป็นส่วนหนึ่งของความน่าสนใจ ตั้งแต่ส้มตำและลาบ ไปจนถึงอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากเวียดนาม โดยมีร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide ในอุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา และขอนแก่น
สถานที่เหล่านี้หลายแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร กระจายอยู่ตามเมือง หมู่บ้าน และอุทยานแห่งชาติ ซึ่งระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้เพียงบางส่วน นักเดินทางที่ต้องการเที่ยวตามจังหวะของตนเอง เช่น แวะหมู่บ้านทอผ้าในตอนเช้าและไปชมจุดชมวิวริมแม่น้ำในตอนบ่าย มักเลือกเช่ารถจักรยานยนต์หรือรถยนต์เพื่อเชื่อมโยงแต่ละจุดหมายเข้าด้วยกัน
ตรงจุดนี้เองที่บริการอย่าง Balm Rentals เข้ามาเสริมผู้ให้เช่าในท้องถิ่นและความพยายามในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ Balm รวบรวมผู้ให้เช่าที่ถูกกฎหมายและผ่านการตรวจสอบไว้ในมาร์เก็ตเพลสเดียว ที่ซึ่งราคา เงินมัดจำ และเงื่อนไขต่าง ๆ ชัดเจนตั้งแต่ก่อนชำระเงิน และแอปพลิเคชันรองรับภาษาของนักท่องเที่ยวเอง สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวสองสามวันรอบงานเทศกาลในภาคอีสาน ความชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้วางเส้นทางได้อย่างมั่นใจ และมีเวลาสัมผัสวัฒนธรรมมากขึ้น แทนที่จะกังวลกับเรื่องการเดินทาง
ในปี 2569 จังหวัดได้เพิ่มความน่าประทับใจด้วยการประดับไฟสัญลักษณ์ "หนองมะม่วง" และการแสดงยามค่ำคืน ที่ทำให้ทุ่งศรีเมืองยังคงคึกคักแม้ยามพระอาทิตย์ลับฟ้า ททท. ยังชี้ให้เห็นถึงปฏิทินกิจกรรมที่อัดแน่นในช่วงต่อไป รวมถึงงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 และงานลอยกระทงทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางตลอดทั้งปี
แหล่งที่มา