ท่องเที่ยว27 สิงหาคม 2569

ททท. วางทิศทางท่องเที่ยวไทยปี 2027 ในชื่อ "The Year of Transformation"

แผนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้ารายได้เติบโตอย่างน้อย 5% และกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองในสัดส่วน 60:40

ททท. วางทิศทางท่องเที่ยวไทยปี 2027 ในชื่อ "The Year of Transformation"

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวสำหรับปี 2027 ภายใต้ชื่อ "The Year of Transformation" หรือปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน ทิศทางนี้เปิดตัวที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 โดยวางอยู่บนสี่หมุดหมายเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายที่ชัดเจน ททท. ตั้งเป้าให้รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตอย่างน้อย 5% เมื่อเทียบกับปี 2026 กระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองในสัดส่วน 60:40 และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามจุดหมายปลายทางของเอเชียที่นักเดินทางมีความภักดีมากที่สุด โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการเป็น "จุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของเอเชียที่ทรงคุณค่าและมีความหมาย"

การเปิดตัวจัดขึ้นที่สนามมวยราชดำเนิน เวทีมวยไทยอันเก่าแก่ของประเทศ ภายใต้แนวคิด "The Ultimate Fight: Transform for the Win!" การเลือกสถานที่นี้สื่อความหมายในตัวเอง นั่นคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องปรับตัวและแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มากกว่าจะพึ่งพาความสำเร็จเดิม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่าแผนนี้เป็น "ความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการปรับโฉมการท่องเที่ยวไทยรอบด้านคุณภาพ คุณค่า และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว" โดยก้าวข้ามการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ไปสู่ประสบการณ์ที่สร้างความภักดีและกระจายรายได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

หมุดหมายแรก Rebalance Market Portfolio มุ่งสร้างสมดุลที่มั่นคงขึ้นระหว่างตลาด กลุ่มนักท่องเที่ยว และพื้นที่ปลายทาง โดยมีตลาดในประเทศเป็นรากฐาน ส่วนตลาดต่างประเทศแบ่งเป็นสามแนวทาง ได้แก่ Retain เพื่อรักษาการเติบโตที่มีอยู่ Reshape เพื่อปรับความต้องการไปสู่นักท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่ามากขึ้น และ Recover เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นผ่านความปลอดภัย ความสะดวก และความคุ้มค่า โอกาสใหม่ในยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ จะได้รับการสนับสนุนด้วยการเชื่อมต่อทางอากาศและการเดินทางแบบหลายรูปแบบที่ดีขึ้น โครงการ "The Link Plus" จะจับคู่ตลาดที่เหมาะสมกับพื้นที่สำคัญ 19 แห่ง โดยตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่เหล่านั้น 10%

หมุดหมายที่สอง Shape Experience Platform ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ททท. ต้องการปรับมุมมองจากจุดหมายที่คุ้มค่าเงิน ไปสู่จุดหมายที่มีความหมาย ภายใต้แนวคิด "Healing is the New Luxury" แผนงานรวมถึงการขยายเครือข่าย UNESCO Thailand Network ให้ครอบคลุม 29 พื้นที่ และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง พร้อมสร้างแบรนด์เฉพาะให้กับพื้นที่ต่าง ๆ เช่น เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม

อีกสองหมุดหมายที่เหลือมุ่งเน้นเรื่องคุณค่าและการประสานงาน Build New Growth Engine พัฒนาประสบการณ์ตามธีม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และปฏิทินเทศกาลตลอดทั้งปี ส่วน Transform Together ปรับบทบาทของ ททท. จากผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ไปสู่สิ่งที่เรียกว่าผู้ประสานระบบนิเวศการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมโยงนักเดินทางกับพันธมิตรทั่วทั้งเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ททท. ยังชี้ถึงการสนับสนุนสตาร์ตอัพ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยมีสำนักงานในประเทศ 45 แห่ง และสำนักงานต่างประเทศ 29 แห่งเป็นฐานสนับสนุน

สำหรับนักท่องเที่ยว เรื่องที่จับต้องได้มากที่สุดคือการกระจายการเดินทาง เมื่อประเทศไทยส่งเสริมให้เดินทางออกไปนอกกรุงเทพฯ และภูเก็ต สู่จังหวัดเล็ก ๆ คำถามในชีวิตประจำวันอย่างการเดินทางไปมาและค่าใช้จ่ายก็ยิ่งสำคัญขึ้น เมืองรองมักมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้กับผู้ที่สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ ระหว่างวัด ตลาดท้องถิ่น และชายหาดอันเงียบสงบ

จุดนี้เองที่บริการอย่าง Balm Rentals เข้ามาเสริมผู้ประกอบการในท้องถิ่น แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้นักเดินทางเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์ สกู๊ตเตอร์ และรถยนต์จากพันธมิตรผู้ให้เช่าที่ผ่านการตรวจสอบ โดยแสดงราคา เงินมัดจำ และเงื่อนไขก่อนชำระเงิน และมีแอปพลิเคชันในภาษาของนักเดินทางเองทั้งบน iOS และ Android เงื่อนไขที่ชัดเจนและจุดจองที่รวมอยู่ในที่เดียวและปรับเป็นภาษาถิ่น ช่วยให้การสำรวจจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยง่ายขึ้น และเป็นส่วนเสริมกับความพยายามของอุตสาหกรรมในการยกระดับความปลอดภัยและความสะดวก

แผนปี 2027 ตั้งอยู่บนหลักการสี่ประการที่ ททท. สรุปไว้ว่า ความซื่อสัตย์ ความปลอดภัย คุณภาพ และประสบการณ์ ภายใต้ถ้อยคำ "Transform Together, Win Together" สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางในปีหน้า แผนนี้สะท้อนภาพประเทศไทยที่พร้อมให้ค้นพบ ไกลเกินกว่าชื่อที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว

ข่าวทั้งหมด