ประเทศไทยเชิญชวนนักท่องเที่ยวชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พร้อมการซ้อมในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ 17 สิงหาคม
การซ้อม 12 ครั้งในแม่น้ำเจ้าพระยานำไปสู่พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในวันที่ 6 พฤศจิกายน

ประเทศไทยเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2569 และการซ้อมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานคร การซ้อมครั้งแรกมีขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม และต่อเนื่องไปจนถึงพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินในวันที่ 6 พฤศจิกายน สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า นับเป็นโอกาสอันหาได้ยากที่จะได้ชมหนึ่งในราชประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศจากริมฝั่งแม่น้ำ
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เนื่องในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ หรือ 48 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงถวายผ้าพระกฐินแด่พระสงฆ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินี
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมีประวัติยาวนานหลายศตวรรษ และจัดขึ้นเฉพาะในโอกาสสำคัญทางราชประเพณีและศาสนา นับเป็นการแสดงออกที่ยังคงมีชีวิตของมรดกทางราชประเพณีของไทย โดยผสานทั้งแบบแผนพิธีการ ความเชี่ยวชาญของกำลังพลทางเรือ และงานฝีมืออันประณีตที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ส่วนพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินนั้นเป็นประเพณีการทำบุญทางพระพุทธศาสนาประจำปีหลังออกพรรษา ซึ่งมีการถวายผ้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธี ก็จะเรียกว่าพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน
งานครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่ ในปี 2569 มีเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ กำลังพลจากกองทัพเรือ 2,200 นาย จัดเป็น 5 สาย 3 แถว รูปขบวนมีความยาวประมาณ 1,280 เมตร และกว้าง 90 เมตร โดยมีเรือพระที่นั่งหลัก 4 ลำนำขบวน ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
ขบวนเรือจะเคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี ล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านป้อมพระสุเมรุ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลศิริราช พระบรมมหาราชวัง และหอประชุมกองทัพเรือ ก่อนถึงวัดอรุณราชวราราม เส้นทางนี้เป็นเส้นทางตามโบราณราชประเพณีที่กำหนดไว้ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ก่อนถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน กองทัพเรือจะจัดการซ้อมทั้งสิ้น 12 ครั้ง แบ่งเป็นการซ้อมย่อย 10 ครั้ง และการซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเริ่มเวลาประมาณ 14.30 น. การซ้อมย่อยกำหนดไว้ในวันที่ 17, 20 และ 27 สิงหาคม; 3, 8, 17 และ 23 กันยายน; และ 2, 8 และ 15 ตุลาคม ส่วนการซ้อมใหญ่ 2 ครั้งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 21 ตุลาคม และวันพุธที่ 28 ตุลาคม ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถชมได้จากจุดชมริมสองฝั่งแม่น้ำ ระหว่างสะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม
เนื่องจากการซ้อมจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันธรรมดา และจุดชมที่ดีที่สุดอยู่บนช่วงหนึ่งของริมแม่น้ำ การวางแผนล่วงหน้าสักเล็กน้อยจึงช่วยได้มาก นักท่องเที่ยวหลายคนมักชมการซ้อมควบคู่ไปกับสถานที่ใกล้เคียง เช่น พระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ หรือย่านเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ แล้วจึงเดินทางต่อเมื่อขบวนเรือผ่านไปแล้ว การเดินทางระหว่างจุดเหล่านี้และการกลับที่พักจะสะดวกขึ้นหากเตรียมยานพาหนะไว้ล่วงหน้า
จุดนี้เองที่มาร์เก็ตเพลสอย่าง Balm Rentals ช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้น Balm รวบรวมมอเตอร์ไซค์ สกูตเตอร์ และรถยนต์จากผู้ให้เช่าท้องถิ่นที่ผ่านการตรวจสอบไว้ในแอปเดียวสำหรับ iOS และ Android โดยแสดงราคา เงินมัดจำ และเงื่อนไขเป็นภาษาของผู้เดินทางก่อนชำระเงิน สำหรับผู้ที่วางแผนใช้เวลาช่วงบ่ายริมแม่น้ำ ความชัดเจนเช่นนี้ช่วยส่งเสริมความพยายามของผู้ประกอบการและหน่วยงานท่องเที่ยวของไทยในการทำให้การเดินทางปลอดภัยและสะดวก และเป็นส่วนเสริมของระบบขนส่งในท้องถิ่น มิใช่การทดแทน
การชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและการซ้อมไม่มีค่าใช้จ่ายและเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม โดยมีวันจัดกระจายตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาชมในวันจริงได้ สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. โทร. 1672 หรือติดตาม @1672travelbuddy ทาง Instagram, TikTok, LINE และ X
แหล่งที่มา