ท่องเที่ยว5 กันยายน 2569

Riyadh Air เปิดเที่ยวบินตรงริยาด-กรุงเทพฯ เตรียมบินทุกวันตั้งแต่เดือนตุลาคม

เส้นทางใหม่ด้วยเครื่อง Boeing 787-9 เริ่มต้นที่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพิ่มที่นั่งขาเข้าราว 3,840 ที่นั่งต่อเดือน ขณะที่ไทยเร่งฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย

Riyadh Air เปิดเที่ยวบินตรงริยาด-กรุงเทพฯ เตรียมบินทุกวันตั้งแต่เดือนตุลาคม

เที่ยวบินประจำเที่ยวแรกของ Riyadh Air จากริยาดสู่กรุงเทพฯ ลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้การต้อนรับเส้นทางใหม่นี้ในฐานะความจุที่นั่งบินตรงจากซาอุดีอาระเบียและภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดระยะไกลที่ ททท. จัดว่าเป็นตลาดคุณภาพสูง เที่ยวบินปฐมฤกษ์ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดเวลา 22.15 น. ของวันที่ 2 กันยายน และถึงกรุงเทพฯ เวลา 10.35 น. ของเช้าวันถัดมา

เส้นทางริยาด-กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางที่ 14 ในเครือข่ายของ Riyadh Air ให้บริการด้วยเครื่องบิน Boeing 787-9 Dreamliner ขนาด 290 ที่นั่ง ในช่วงแรกทำการบิน 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ ออกจากริยาดทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ และออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 สายการบินมีแผนเพิ่มเป็นบินทุกวัน ที่ความถี่เริ่มต้น เส้นทางนี้เพิ่มที่นั่งขาเข้าประเทศไทยราว 3,840 ที่นั่งต่อเดือน

ผู้ร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินประกอบด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (Phattrapong Phattraprasit) รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. (Chiravadee Khunsub) ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Kittipong Kittikachorn) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Riyadh Air (Tony Douglas) โดยเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย (Abdulrahman Abdulaziz Alsuhaibani) เดินทางมากับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ด้วย ค่ำวันเดียวกัน Riyadh Air ร่วมกับ ททท. จัดงานกาลาดินเนอร์ที่โรงแรม The Athenee กรุงเทพฯ

จังหวะเวลามีความสำคัญ ททท. ระบุว่าช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเป็นช่วงเดินทางออกนอกประเทศที่สำคัญของตะวันออกกลาง และซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดของภูมิภาคสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี 2569 ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียแล้ว 121,907 คน เทียบกับ 142,774 คนในช่วงเดียวกันของปี 2568 ลดลงร้อยละ 14.62 ททท. จึงมุ่งฟื้นตลาดผ่านการเชื่อมต่อทางอากาศที่แข็งแกร่งขึ้น บริการที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม เช่น อาหารฮาลาล และการตลาดดิจิทัลผ่านตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์

ใครคือผู้โดยสารบนเที่ยวบินเหล่านี้ ข้อมูลของ ททท. ระบุว่านักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียมักพำนัก 10-12 วัน และใช้จ่ายประมาณ 110,000 บาทต่อคนต่อทริป ครอบครัวเป็นกลุ่มสำคัญ ความสนใจหลักได้แก่ การช้อปปิ้ง ชายหาด ธรรมชาติ อาหารไทย บริการทางการแพทย์ และเวลเนส ที่น่าสังเกตไม่แพ้กันคือจุดหมาย ความต้องการกำลังขยายจากกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ไปยังกระบี่ พังงา เกาะสมุย และเชียงใหม่

สำหรับครอบครัวที่ใช้เวลา 10 วันทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดชายทะเล การเดินทางในพื้นที่เป็นเรื่องที่ต้องวางแผน รถรับส่งจากสนามบินครอบคลุมช่วงแรก แต่หนึ่งสัปดาห์ในกระบี่หรือพังงามักหมายถึงการเช่ารถยนต์ ขณะที่บนเกาะสมุยและภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกใช้สกู๊ตเตอร์ การพำนักระยะยาวมักเหมาะกับการเช่าหลายวันมากกว่ารายวัน และครอบครัวให้ความสำคัญกับจำนวนที่นั่ง พื้นที่เก็บสัมภาระ และความปลอดภัยของเด็กมากกว่าแรงม้า

ตรงจุดนี้เองที่มาร์เก็ตเพลสอย่าง Balm Rentals ทำงานเคียงข้างผู้ประกอบการรถเช่าในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเปรียบเทียบรถยนต์ สกู๊ตเตอร์ และมอเตอร์ไซค์จากผู้ให้บริการที่ผ่านการตรวจสอบและมีใบอนุญาตถูกต้องได้ในที่เดียว ในภาษาที่รองรับหลายภาษา และเห็นราคาเต็ม เงินมัดจำ และเงื่อนไขการเช่าก่อนชำระเงิน แอปบน iOS และ Android รวมถึงเวอร์ชันเว็บ ช่วยให้จองรถได้ตั้งแต่ก่อนเครื่องลงจอด หรือจองทันทีเมื่อถึงสมุยหรือเชียงใหม่ Balm ไม่ได้มาแทนที่ร้านรถเช่าที่ให้บริการในจุดหมายเหล่านี้ แต่ช่วยให้ร้านมีหน้าร้านหลายภาษาที่ชัดเจน และช่วยให้นักท่องเที่ยวเจอเรื่องไม่คาดคิดที่เคาน์เตอร์น้อยลง

ความจุบินตรงลักษณะนี้มักเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงแรก สามเที่ยวบินต่อสัปดาห์จะเป็นเจ็ดเที่ยวในเดือนตุลาคม หากอัตราบรรทุกผู้โดยสารคงที่ ก็อาจมีความถี่และเส้นทางจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นตามมา สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงครอบครัวที่เปิดร้านรถเช่าในอ่าวนาง นี่คือกระแสนักท่องเที่ยวที่พำนักนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้มาเยือน นี่คือเส้นทางที่สั้นลงสู่ประเทศที่ใช้เวลาหลายปีสร้างบริการที่พวกเขามองหา

แหล่งที่มา

tatnews.org
อ่าน

ข่าวทั้งหมด